Mansion 7 คฤหาสน์ผีสิง ที่กูอยากจะเอาส้นติงมาพาดหน้า ปาดเหงื่อ
posted on 05 Jan 2011 00:42 by apinun21 in OntheWayวันที่ 17 ธันวาคม 2553 ตอนเย็นไปงานวัดอยุธยามา แต่เรื่องอยุธยาค่อยเล่าทีหลัง ตอนนี้ก็ระบายความเจ็บแค้นในการไปเยี่ยมคฤหาสน์ผีสิงที่ Mansion 7 ณ รัชดา ก่อนเป็นอันดับแรก

ปกติแล้วไอ้ตัวเราเนี่ยก็เป็นคนช๊อบ ชอบ อะไรที่มันตื่นเต้นสยองขวัญ (มีเพื่อนบางคนบอกมึงดูกระจกเอาก็ได้) ด้วยเหตุนี้พวกหนังผี เรื่องผี นิยายผี ก็เลยไม่เคยพ้นตาไป แต่ที่ที่ค่อนข้างสร้างความสนใจได้เป็นอย่างมากคือ "บ้านผีสิง" แบบสมจริง ที่มีคนมาแว่ๆ แฮ่ๆ ใส่ มีการจัดสถานที่อย่างสมจริง ไม่ใช่ผีหุ่นพลาสติกแบลดรีมเวิลด์ ซึ่งในไทยเคยไปเล่นที่พัทยา Believe It Or not มา แล้วพบว่า "แม่งเจ๋งว่ะ" ประกอบกับเมื่อหลายปีที่ผ่านมามีบ้านผีสิงของ "Coke Festival" ก็ไม่น้อยหน้ากัน และล่าสุด "MANSION 7" ของผู้สร้างเพลินวานอันโด่งดัง ประกอบกับเสียงเล่าอ้างจากในเน็ตว่า "ของเค้าหลอนจริง" ก็โอวะ ชวนคุณขวัญหวานใจ กะไปสวีทแบบหลอนหน้าแห้งกันในบ้านผีสิง
สำหรับคนไม่เคยเข้าบ้านผีสิงประเภทนี้ ก็ขอแอบเกริ่นเล็กน้อยว่า บ้านผีสิงประเภทนี้จะเป็นลักษณะให้เดินจับเชือกกันเข้าไป เรียกแถวเหมือนรถไฟ แล้วข้างในก็จะตกแต่งให้หลอนแบบสมจริง และมีนักแสดงแต่งเป็นผี มาตะลุ่งตุ้งแช่ให้เยี่ยวเล็ดเป็นพักๆ
ซึ่งสำหรับที่นี่ เชือกหนึ่งอัน ให้จับได้สี่คน ตอนแรกกะเข้าไปกะหวานใจสองคน แต่มีอีกคู่หนึ่ง ชาย หญิง ฝ่ายหญิงใส่ชุดนักศึกษา น่าจะ ป ตรี โอเค เค้าให้ไปสี่ กูไปสี่ก็ได้
และการเสียตังค์ 180 คูณ 2 เท่ากับ 360 มันเสียดายตังค์ชิบหาย ก็เพราะไอ้คู่ชะนีสองตัวนี่แหละ !!!!!!!!
ตอนเริ่ม เค้าจะให้คนที่จะเข้าไป นั่งฟังที่มาของคฤหาสน์ผีสิงก่อน และก็จะให้จับกลุ่ม กลุ่มละสี่คน มีแจ็คกะขวัญ แล้วก็ชะนีตัวผู้และชะนีตัวเมีย ก็ครบสี่พอดิบพอดีที่เค้าต้องการ ก็โอเคล่ะนะ ตอนแรกเห็นคู่นี้มันดูเงียบๆ ท่าทางจะร่วมทางกันจนจบได้ด้วยดี ก่อนที่เข้ามา ตั้งใจว่าอยากจะเดินนำหน้า แต่ดั๊น ชะนีตัวผู้ดันคว้าเชือกไปซะก่อน ไม่เป็นไร๊ อยากได้ก็เอาไป กูเดินหลังก็ได้ น่าจะตื่นเต้นพอกัน
พอก้าวย่างเข้าสู่คฤหาสน์ผีสิงที่รอคอย...ชะนีตัวผู้ก็ออกฤทธิ์ !!!
(ขอไม่บอกละกันว่าแต่ละห้องเป็นยังไง เดี๋ยวจะหาว่าสปอย)
ห้องแรก...ชะนีตัวผู้เกิดอาการขี้ขึ้นสมองทันที พี่แกหยุดเดิน ขอย้ำว่าหยุดจริงๆ และที่สำคัญ พี่แกแสดงความเป็นปราชญ์ให้กับชะนีตัวเมียได้เห็น ซึ่งเราจะขอจัดหมวดหมู่ของอาการความน่าปวดหัวโดยเฉพาะชะนีตัวผู้เป็นเคสๆไปดังนี้
เคสที่ 1 นักปราชญ์ยืนตากไข่
ชะนีตัวผู้ "นี่ตัวเองนะ เดี๋ยวมันต้องมีอะไรขึ้นมาแน่เลยล่ะ"
ชะนีตัวเมีย "เหรอ...ตัวเอง"
แจ็คนึกในใจ "มันก็แน่นอนดิวะ ถ้ามันอยู่เฉยๆกูจะเสียตังค์มาเดินตากแอร์เล่นเหรอไงวะ"
ชะนีตัวผู้ "มันต้องมีแน่ๆเลย สักอันหนึ่งที่แหละที่จะขยับขึ้นมา"
แจ๊คนึกในใจ "ค้าบบบ แต่มันจะไม่ขยับก็เพราะพี่มัวแต่ยืนตากไข่อยุ่นั่นแหละค้าบบบ มึงเข้าใจไหมเนี่ย ถ้ามึงไม่ขยับไข่มึงตอนนี้ เซ็นเซอร์มันก็ไม่ทำงานไงเล่าโว้ย !!"
ชะนีตัวเมีย "ไหนๆตัวเอง"
ตอนนี้แจ๊คเดินแอบดันให้มันเดินขึ้นไปข้างหน้า แน่นอน เมื่อขยับโดนเซ็นเซอร์สักที มันก็ต้องมีอะไรขยับมาเป็นเซอร์ไพรซ์ให้น่ากลัวเป็นธรรมดา
ก็มีตกอกตกใจกันบ้างเล็กน้อย แต่ทีเด็ดของชะนีตัวผู้คือ หยุดด้วยความกลัว ดูแล้วรู้เลยว่าไม่กล้าเดินต่อเท่าไร แต่ด้วยความที่เป็นตัวผู้ก็ย่อมต้องแสดงความแมนให้ตัวเมียเห็นเป็นธรรมดา แต่......มึงหยุดนานไปไหมเนี่ย!!!!!!
หลังจากชะนีตัวผู้ยืนดูจนรู้แล้วว่าไม่น่าจะมีอะไรต่อ มันก็เดินนำไปยังห้องถัดไป
เคสที่ 2 ชะนีน้อยผู้น่าสงสาร หนทางข้างหน้าช่างมืดมน
เนื่องจากบ้านผีสิงมันต้องมืดอยู่แล้ว เพราะถ้ามันไม่มืด ไม่ก็ไม่ใช่บ้านผีสิง แต่ถึงอย่างไรก็ตาม บ้านผีสิงมันก็คือของที่เค้าสร้างขึ้นมาให้เราเล่น เพราะฉะนั้น ทางที่เค้าให้เราเดิน ต่อให้มันมืด มันก็ไม่ใช่ทางเขาวงกต เพราะอันที่จริงแล้ว ก็แค่เดินตรงไปข้างหน้าอย่างเดียว แถมเค้ายังมีไฟเรืองแสงเล็กๆให้เราพอได้เห็นเรืองๆ แต่อันนั้นมันใช้กับคน เพราะฉะนั้นชะนีน้อยทั้งสองย่อมมิอาจจะรู้ได้
(อ้อ ลืมพูดถึงหวานใจแจ็คไป ในช่วงแรกๆ หวานใจของแจ๊คก็มีอาการกลัวบ้านผีสิงตามปกติปุถุชนธรรมดา บางจังหวะ เอามือมาปิดตาด้วยความกลัว แต่คุณแจ๊คก็ไปดึงมือของขวัญลงไม่ให้ปิดตาด้วยความเป็นห่วง ไม่ใช่เพราะกลัวว่าจะเดินผิดพลาดเกิดอุบัติเหตุ แต่คุณแจ๊คกลัวคุณขวัญไม่คุ้ม 180 เลยบอกให้เปิดให้เต็มตา....ช่างเป็นแฟนที่ดีจริงๆเรานี่ แต่ในช่วงหลัง หวานใจแจ๊ค ไม่ปิดตา ไม่กลัว แต่หันมามองแจ๊คตาปริบๆ แปลเป็นใจความได้ว่า "กูรำคาญไอ้เหี้ยสองตัวนี่เหลือเกิน" )
เมื่อไฟมืดลง ชะนีตัวผู้ก็ยนตากไข่เช่นเดิม
ชะนีตัวผู้ "เดินไปทางไหนล่ะตัวเอง มืดมาก"
ชะนีตัวเมีย "ว้าย น่ากลัวจัง มืดมากเลย มืดมากเลย"
แจ็คคิดในใจ "มึงก็แค่เดินตรงไป"
ชะนีตัวผู้ "เดินไปทางไหนล่ะเนี่ย"
แจ๊คเริ่มดันอีกครั้ง หวังว่ามันจะเดิน แต่สงสัย ตีนของชะนีตัวผู้มันออกรากยึดกับพื้นซะแล้วมั๊ง (ในบางช่วงแอบได้ยินเสียงบ่นของคุณขวัญหวานใจเป็นพักๆ)
เชื่อไหมว่า มันไม่เดินจริงๆ หยุดแม่งอยู่นั่นล่ะ ปกติแล้วเค้าบอกไว้ก่อนเข้าว่าถ้ากลัวจนทนไม่ไหว ให้ยกมือ แล้วจะมีทีมงานเข้าไปรับ กูละอยากยกตีน ให้ทีมงานเอาตีนเข้ามาเสริฟแทน ไอ้ห่าน
เหมือนกับความคิดของเราส่งตรงไปยังพี่ๆทีมงาน เชื่อไหมว่า มีทีมงานเปิดประตูเข้ามาจริงๆโดยไม่ต้องยกมือ (น่าจะเป็นประตูฉุกเฉินที่แอบซ่อนอยู่) เพื่อที่จะเข้ามาบอกว่า
เ ดิ น ไ ป ข้ า ง ห น้ า ...... (ก็ต้องขอชื่นชมทีมงานว่ายังคงสปิริต เดี๋ยวงานจะเสีย พี่แกเลยทำเสียงผีบอกทาง)
พอมีผีมาบอกทาง ชะนีตัวผู้ก็เริ่มเดินนำ และเชื่อไหมล่ะว่า ต้องมีทีมงานแปลงร่างเป็นผีมาบอกทางถึงประมาณ 3 ครั้ง !!!! ซึ่งมีอยู่ครั้งหนึ่งที่ชะนีตัวผู้ดันกระแดะถามไปว่า
ชะนีตัวผู้ "จะถึงทางออกยังไครับ"
ผีทีมงานก็เลยตอบกลับมาเสียงต่ำๆว่า
"อี ก แ ป๊ ป เ ดี ย ว......"
อันนี้ฮาก๊ากเลยครับ เนื้อเรื่องของบ้านผีสิงนี้คือผียุคท่านเจ้าคุณ แต่ผียุคบ้านเจ้าคุณ มาซะภาษาวัยรุ่นเลย "อี ก แ ป๊ บ เ ดี ย ว"
และมีช่วงนึงที่น่าจะเป็นช่วงที่ควรจะตกใจ แต่กูดันแอบหัวเราะในใจดังๆ เพราะเป็นช่วงที่นักแสดงจริงๆ วิ่งเข้ามาทำเสียงโหดๆไล่ในความมืด แต่กูมั่นใจเลยว่ามีอยู่ช่วงนึงที่พี่แกเล่นนอกบท เพราะพี่แกตะโกนขู่มาว่า
"ทำไมยังไม่ไปอีก !!!!!!!!!"
แจ๊คคิดในใจตอบผีกลับไปว่า "กูก็อยากรู้เหมือนกันเนี่ย เชี่ยเอ๊ย !!!!!!!!"
นอกจากที่ชะนีตัวผู้จะหลงทางเดินในที่มืดแล้ว ในห้องที่สว่างๆ พี่แกก็ยังไม่รู้จะไปทางไหนต่อ ทำให้แจ๊คต้องออกปากพูดออกมาว่า
แจ๊ค "ผมเดินนำให้ไหมครับ"
- ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก-
ไม่รู้เหมือนกันว่าชะนีตัวผู้ได้ยินแต่ไม่ยอมเปลี่ยนตำแหน่ง หรือหูแม่งหนวกเลยไม่ได้ยิน สรุปก็คือมันก็ยังเดินนำต่อไป แต่ไอ้ที่หลงในห้องนี่แหละ ที่แจ๊คใช้ความสามารถขั้นสูง พลิกตัวกลับมาเป็นตำแหน่งศูนย์หน้าตัวนำได้ ในใจโคตรจะดีใจ อยากจะร้องไห้ปลาบปลื้ม แต่.................
อีชะนีคู่นี้มันดึงเชือกไม่ให้ไปว่ะเว้ยเฮ้ย กูรู้ละว่ามันกลัวกันจริงๆ ไอ้ชิบหาย ถ้าพวกมึงกลัวกันขนาดนี้ ไปเริ่มต้นหัดจากผีแคสเปอร์ก่อนดีกว่าไหมเนี่ย ไอ้บ้าห้าร้อย ไอ้เวรตะไล (CREDIT : Killer B : นินจาคาถา)
ยังไม่ทันให้เยี่ยวเล็ด ยังไม่ทันให้ตื่นเต้น ไอ้ชิบหาย ทางออก!!!!!!
แจ๊คขวัญ เดินตรงออกมาเอาของที่ฝากไว้ และไม่หันกลับไปดูหน้าอีชะนีสองตัวนั่นอีกเลย............
บทเรียนในครั้งนี้สอนให้รู้ว่า
- กรุณาไปบ้านผีสิงประเภทนี้กับคนรู้จักหรือเพื่อนสนิท เพราะเราจะได้พูดได้ว่า "ไอ้เหี้ยเอ๊ย มึงรีบๆเดินไปซิวะ ไอ้ห่า" อย่างเต็มปากเต็มคำ
- สำหรับคนที่กลัวผี ไปได้นะ ไม่ได้ว่าอะไร แต่คนที่กลัวผีแล้วปัญญาอ่อน ชอบมายืนตากไข่เดาว่าอะไรจะเกิดขึ้น บวกกับแมนโชว์หญิง ทั้งๆที่กลัวจนขี้ขึ้นสมอง ก็ไม่ต้องเดินนำ ให้รู้ไว้ด้วยว่า คนที่เค้าเดินมาด้วย เค้าอยากจะทำให้พวกท่านกลายเป็นผีแทน ห่า !!!!
แล้วถ้าถามว่าบ้านผีสิงนี้โอเคไหม ก็พยายามมานั่งนึกว่าถ้าไม่มีอีชะนีสองตัวนั่น มันจะเป็นยังไงว้าาาา ก็คิดว่าก็พอสนุกได้ แต่ก็ไม่สุด คนที่ใจแข็งอยู่แล้วเข้าไปไม่คุ้ม ไม่ค่อยมีอะไรน่าตื่นเต้นเท่าไร ถ้าให้คะแนนก็ให้แค่ 5/10 ล่ะนะ แนะนำว่าที่ Believe It Or not ที่พัทยามันส์กว่าเยอะ
สุดท้ายนี้ขอสาบส่งให้ชะนีคู่นั้นขี้ไหลจู๊ดๆ เพี๊ยง !!!!!