สองเอ๋อ เหวอบนป่า - ครั้งหนึ่งในชีวิต - เรื่องจริงผ่านจอ
posted on 16 May 2011 01:04 by apinun21 in OntheWayนี่คือเหตุการณ์จริง !!!
หลังจากสอบ Mid-Term เสร็จสิ้น กระผมก็ได้ตัดสินใจไปบ้านเพื่อนที่ปราณบุรี จังหวัดประจวบ
โดยมีร่วมเดินทางไปคือหวานใจ นายแจ๊ค คุณขวัญ นาริ และเพื่อนๆนั่นเอง (แฮ่ๆ อย่า อย่าอิจฉา) อยากบอกว่า
ทะเล ประจวบธรรมชาติมากกกก พัทยา บางแสน ระยอง เรียกว่าแสนแสบได้เลย แต่ที่จะมาเล่าในวันนี้
ไม่ใช่เรื่องของความสวยงาม หรือธรรมชาติใดๆทั้งสิ้นครับ เรื่องที่จะเล่าก็คือ "หลงถ้ำ หลงป่า หลงจริงๆ"
เรื่องของเรื่องก็คือว่า หลังจากที่เพื่อนๆล่วงหน้ากลับกรุงเทพกันก่อนแลว ไอ้ผมกะขวัญเนี่ย คุยกันว่า ก่อนกลับบ้าน ไปเดินถ้ำกันสักถ้ำนึงมะ สรุปว่า เป็นความคิดที่เข้าท่ามาก
ประกอบกับทางที่ไป มันมีเส้นทางท่องเที่ยวที่ชี้ไป "ถ้ำแก้ว" พอดิบพอดี โอ้ว เที่ยวคุ้มดีจริงๆ ไปก็ไปวะ ขับรถสิบนาทีเอง
ขับรถไปเข้าสู่อุทยานแห่งชาติ เขาสามร้อยยอด บึ่งรถไปเรื่อยๆๆๆๆๆ ป๊าบบบ ขับเลย ทางเข้าเป็นทางลูกรัง สีแดง
อารมณ์เหมือนกำลังสร้างทาง ป้ายถ้ำก็เล็กๆ อืมมม คิดในใจว่า มันคงกำลังสร้างทางละมั๊ง
เข้าไปปุ๊บ เห็นป้ายบ่งบอกว่า ถ้ำแก้ว 128 กิโลเมตร เอ้ย เมตร (128 กิโลจิง กูขับรถกลับละ) มีลุงนั่งอยู่ข้างหน้าว่า
"พกไฟฉายมายังครับ" อ้าว ไม่มี กู ไม่มี
"ยังครับลุง ขอสองอัน" ราคาอันละ 50 บาท สองอันเป็นร้อยบาท แต่ถ้ามาสามคนก็ 150 นะจ๊ะ
เดินมาแป๊บนึง คุณขวัญสุดที่รักกระซิบข้างหูว่า "นึกว่าให้ฟรี..." เอ่อ... อย่างนี้ไม่ได้เรียกงกนะครับ เค้าเรียก ประหยัด...หึ หึ
และแล้ว การเดินทางก็ได้เริ่มต้นขึ้น ถ้าเพื่อนๆ เคยไปเที่ยวตามอุทยาน พวกน้ำตก พวกถ้ำอะไรเทือกนี้ มันจะเหมือนกับว่า เค้าจะกรุยทางให้ เราก็ค่อยๆเดินขึ้นไป แต่กับถ้ำแก้ว มันไม่ใช่!!!
ต้องใช้สองมือแข็งขัน ค่อยๆ ปีนป่ายหินที่ค่อนข้างแหลมคม มีแนวเอียงประมาณ 30 องศา มีลูกศรที่พ่นอยู่ตามก้อนหินเป็นระยะๆ ขอบอกว่า ลูกศรไม่ชัดด้วยนะครับ โอ้ว รู้สึกชอบ แอดเวนเจอร์ (หลังๆมันจะขำไม่ออก)
ในที่สุดก็ถึงทางเข้าถ้ำ เป็นอุโมงค์ลึกลงไปเบื้องล่างอันมืดมิด มีบันไดลิงประมาณหกเมตรพาดอยู่ ก่อนจะลงไป เจอคู่รักหนุ่มสาว เดินมาอีกด้านนึงพอดิบพอดี เลยถามเค้าว่า
"พี่ครับ เดินนานไหมครับ"
"พี่เดินมาประมาณสองชั่วโมงครับน้อง เดินทะลุถ้ำไปแล้วออกอีกทางนึง"
"ขอบคุณครับพี่"
ไอ้ตอนนั้นเราก็ไม่ได้เอะใจอะไร ถ้าเราสังเกตุดูดีๆ จะพบว่ามนุษย์สองคนนี้ ไม่ได้ผ่านช่วงโรแมนติกสองชั่วโมงมา
ด้วยใบหน้าที่คละไปด้วยเหงื่อ ฝุ่น และสายตาที่อ่อนระโหย โรยแรง ดูเหมือนหนีตายมามากกว่า ถ้าเพียงแต่ไอ้สองคนที่กำลังจะเข้าไป ถามเค้านิดนึงว่า "ลำบากไหม" ก็คงไม่เป็นอย่างที่กำลังจะเป็นนี้
แต่ในใจไอ้แจ๊คตอนนั้นสบประมาทเค้าไปว่า "โม้ละมึง สองชั่วโมงเนี่ยนะ เป็นไปไม่ด๊ายยยยยย"
การผจญภัย เริ่มต้นขึ้น เอาไฟฉายสวมหัว (ย้ำว่าสวมหัวจิงๆ เหมือนในหนังที่เค้าไปสำรวจอารยธรรมโบราณน่ะ)
เอ้อ ลืมบอกไปว่า แจ๊คกับขวัญมันดูถูกการเดินทางในครั้งนี้เกินไป รองเท้าที่ใส่ มันเหมาะกะการใส่ล้างห้องน้ำมากกว่า โดยเฉพาะรองเท้าเจ๊ขวัญ เอารองเท้าหนีบแจ๊คไปใส่ เพราะรองเท้าเดิมพัง นึกภาพตามนะครับ รองเท้าแจ๊ค ในเท้าขวัญ เพราะฉะนั้น ขวัญจึงใส่รองเท้าที่ใหญ่กว่าเท้าตัวเอง สองเท่า...
เดินลงไปปุ๊บ ไหว้เจ้าที่เจ้าทางเป็นพิธี เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง
ทางเข้าเบื้องหน้า มืด มืด และมืดขึ้นเรื่อยๆ จนเรียกว่าไม่มีแสงไฟ ขอบคุณครับลุง ร้อยบาทของผม ขอยกให้ลุง
ด้วยความเต็มใจครับ
เพราะฉะนั้น แสงสว่างที่มี มีเพียงแสงที่อยู่บนหัวเหม่งๆของสองคนนี่้เท่านั้น (สองคนจริงๆ ไม่มีใครเลย)
ทางเดินค่อนข้างลำบากลำบนขึ้นเรื่อยๆ ทุกย่างก้าว ต้องเอามือก่ายพื้นไปก่อน บางจุดมีเหวลึก มีอยู่ช่วงนึงต้องก้มผ่านเพดานถ้ำเตี้ยๆประมาณเมตรกว่าๆ เดินไปสิบเมตร ด้วยความแจ๊คมันอยากเก็บประสบการณ์ผจญภัยนี้ไว้ ก็เลยหยิบกล้องขึ้นมาจะถ่ายรูป ซึ่ง ณ เวลานั้น หวานใจของนายแจ๊ค เริ่มเข้าสู่ภาวะ "ตื่นกลัว" มากกว่า "ตื่นเต้น"
ขวัญ : "ไม่ถ่ายแล้ว ถ่ายทำไม อันตราย"
เดินไปสักพัก เห็นค้างค้าวเกาะอยู่บนปลายหินย้อย
แจ๊ค "ขวัญๆ ดูนั่นดิ ค้างคาวๆ"
ขวัญ "ไม่เอา!! อย่าไปดู เดี๋๋ยวมันตื่น อย่าไปเรียกมัน"
เดินไปสักพัก เจอแมลง
แจ๊ค "ขวัญๆ แมลงแปลกมากเลย ดูดิๆ"
ขวัญ "ไม่ดู อย่าไปใกล้ๆมัน!!!"
ขวัญไม่ได้กลัวหรอกครับ แค่เป็นคน เซฟตี้ (แต่เดี๋ยวมึงจะรู้ไอ้แจ๊ค ความสนุกของมึง กำลังจะหมดลง)
และแล้วเส้นทางก็ใกล้ถึงจุดมุ่งหมาย โถงใหญ่ที่สุดในถ้ำ เหวลึกที่สุดที่เดินมา แต่ทว่า ลูกศรบอกทางไปไหน!!!
เอาล่ะสิ ไอ้ฉิบหาย กูจะออกไปยังไงล่ะเนี่ย เดินกลับก็โคตรลำบาก หากเคยดูหนังผจญภัย แล้วตัวเอกหลงทาง สุดท้าย จะเห็นแสงไฟเบื้องบน
โอ้ววววว ชีวิตจริง ยิ่งกว่านิยาย มีแสงไฟอยู่เบื้องบน แสงธรรมชาติ รูทางออกอยู่ตรงนั้น ด้วยความสูงเกือบตึกสามชั้น และที่สำคัญ ที่อยู่ข้างหน้าคือ ภูเขาหินสูงชันทอดไปสู่แสงสว่างเบื้องหน้า ซึ่งมันไม่ควรขึ้นทางนี้ มันชันจนเกือบจะตั้งฉากแล้วนะนั่น
ผมกับขวัญเลยหาลูกศร เผื่อจะพบเส้นทางที่ถูกต้อง และก็เจอลูกศร แต่...ขอหยาบหน่อยนะ ไอ้เชี่ยเอ๊ย ลูกศรซ้ายกะขวาอยู่ด้วยกันบนป้ายเดียว แล้วกูจะไปทางไหนวะเนี่ย เยี่ยมมาก แอบคิดในใจ มีทั้งซ้าย ทั้งขวา สงสัยให้กูตรงไปมั๊ง แต่ให้ตายเหอะ ตรงไปกูได้ไปเป็นเพื่อนค้างที่ก้นเหวแหงม เพราะฉะนั้น ทางที่เหลือ "ลองปีน" ทางสูงๆที่ว่าดูก็ได้วะ
กรุณานึกภาพตาม ก้อนหินใหญ่ๆ แหลมๆ บางช่วงเป็นเหวตรงกลาง ต้องเอามือยันกำแพงข้างหน้า เอาเท้ายันหินข้างหลัง ตรงกลางเป็นร่องประมาณหนึ่งฟุต แน่นอน ในร่องก็เป็นเหว แล้วก็กระดึ๋บๆ ขึ้ินไป พอขึ้่นไปสูงประมาณสี่เมตร แจ๊คขวัญก็นั่งลง แล้วมองขึ้นไปบนแสงสว่างเบื้องบน...เป็นไปไม่ได้ พ่อกูไม่ใช่ไอ้แมงมุม
ปีนลง ทางเดียวเท่านั้น ปีนลง พวกกูกำลังผิดทาง กูมั่นใจละว่า ผิดทางชัวร์ ขาปีนลง เหมือนเดิม มือยันกำแพง เท้ายันหิน ตรงกลางเป็นร่องเหว กลับมาหยุดคิดที่ป้ายเวรตะไลอีกครั้ง
ขวัญ : "แจ๊ค กลับทางเดิมไหมอะ"
แจ๊ค : "ดีเหมือนกัน เอาเถอะ กลับทางเดิมเถอะ"
แต่คำตอบ มักไม่ตรงกับใจเสมอ เช่นเดียวกับ ขวัญ คำถามที่ถาม ย่อมไม่สื่อถึงความคิดที่อยู่ในใจ เพราะอะไรหรือครับ หากคุณเดินทะลุถ้ำอย่างยากลำบากมาแล้ว ทางออกอยู่เบื้องหน้า ไม่ครับ พวกผมไม่ยอม คนเราต้องไม่ถอยหลัง
ยืนตั้งสมาธิ สาดแสงไฟที่อยู่บนหัวไปรอบๆอย่างละเอียด และช้าๆ โอ้ววววว เคราเมอร์ลิน!!!!(เป็นคำอุทานในเรื่องแฮรี่ พอตเตอร์ ใครไม่ได้อ่าน หรือดูหนัง กรุณา เชย ครับ หวาย เชยๆๆๆๆๆๆๆๆ) เจอลูกศรชี้ไปที่ทางออก รอยยิ้มเกิดขึ้นบนใบหน้าของคนทั้งสองทันที หัวใจเต้นระรัวด้วยความดีใจ แต่ก็ต้องค่อยๆปีนอยู่ดี ถีงแม้จะเป็นทางที่ถูกต้อง แต่ก็ยากอยู่ดี คือสรุปได้ว่าสถานที่ท่องเที่ยวนี้ ไม่ได้ทำทางให้นักท่องเที่ยวเลยแม้แตนิดเดียว ทางที่ติดลูกศร คือสิ่งที่บอกกับเราว่า "ทางนี้ไปสะดวกกว่านะ" มากกว่า
ด้วยควาามภูมิใจ เลยหยิบกล้องมาถ่ายปากทางออกถ้ำกันสักรูปสองรูป พร้อมกับคำกล่าวของหวานใจแจ๊คว่า
"ไม่เคยดีใจที่เห็นแสงธรรมชาติอย่างนี้มาก่อน"
พออารมณ์ดี มีความสุข ไอ้แจ๊คเริ่มสบายใจ แต่ทว่าปัญหาแรกที่กระทบกับความมั่นคงของแจ๊คก็คือ "ปวดขี้"
เคยมีคนกล่าวไว้ว่า อยู่กะแจ๊ค มีแต่เรื่องขี้ เอิ่ม...ไม่เถียง ตอนนั้นยังไม่ค่อยเครียดอะไร เพราะในเมื่อทางออกอยู่ตรงหน้า ขมิบตูดไว้นิดนึงก็ได้ฟระ
ด้วยความรู้สึกเราที่ว่าทางออกจากเขา ย่อมอยู่เบื้องล่าง ก็เพราะในเมื่อตอนขึ้นมา มันปีนเขาขึ้นมา ขากลับก็ต้องลงไปน่ะสิ ใช่ป่าว
ไอ้เราก็ค่อยๆปีนลงไปเรื่อยๆ สภาพในท้องของผมก็ค่อยๆเริ่มประทุ และหลังจากเดินไปได้สักพักใหญ่ๆ แจ๊คกับขวัญก็เริ่มระลึกได้ว่า พวกกูไม่เคยเดินมาทางนี้นี่หว่า เอาล่ะซิ
ขวัญ : "แจ๊คๆ เดินปีนขึ้นมา ขาเข้ามันมีหินเยอะใช่ป่าว"
แจ๊ค : "ใช่ๆ ทำไมไม่เจอวะนี่"
ภารกิจแรกของเราคือการเดินทางหากลุ่มก้อนหิน และใช้ คอมมอนเซ๊น ล้วนๆ (อาจารย์ผลินรู้ ด่ากูตายห่าเลย) คอมมอนเซ๊น ที่ว่าคือ
แจ๊ค : "ขวัญ ทางนันน่าจะใช่นะ"
ขวัญ : "ลองเดินไปดู"
แจ๊ค : "ทางนั้นดูมันโล่งๆนะ น่าจะเดินไปได้"
การเดินทางเป็นไปด้วยความยากลำบาก สำหรับขวัญรองเท้าที่ใหญ่กว่าเธอถึงสองเท่า ทำให้เธอสะดุดล้มเลือดออก ยังดีที่พระเอกอย่างแจ๊ค หยิบยื่นผ้าเช็ดหน้าให้เธอไปผูกเท้าที่เลือดไว้ (เท่มะ เท่มะ) สำหรับแจ๊ค อาการปวดท้องขี้ ที่รู้สึกได้ว่า ท้องเสียชัวร์ ย่อมส่งผลร้ายต่อสภาพการเดินทางอย่างแน่นอน
แจ๊ค : "ปวดขี้อะ"
ขวัญ : "อึตรงนี้เลยป่าว เรามีทิชชู่สามแผ่น"
ในใจแจ๊คเริ่มตื่นตระหนก สามแผ่น ปกติขี้ที เช็ดตูดเกือบหมดม้วน เช็ดจนกระดาษมันบาดตูดเลือดออกน่ะ แต่สามแผ่น...
ไม่เป็นไร ถ้ากูยังเดินหลงอีกสักชั่วโมง สามแผ่นก็สามแผ่น
พอตะลุยฝ่าดงไปเรื่อยๆ (สังเกตุว่ามีคำว่า ฝ่าดง ในขณะตอนก่อนเข้าถ้ำไม่มี นั่นแสดงว่า เดินคนละทางแน่นอน) ก็พบกับลูกศรหักๆ หนึ่งอัน โอ้ว บร๊ะเจ้า กูจะได้ขี้ละ แต่ในใจทั้่งสองคนก็ยังระแวง นี่มันไม่ใช่ทางที่เดินขึ้นมาชัวร์ ถึงกูจะขี้ลืม แต่กูก็ไม่ใช่ปลาทอง
พอเดินตามลูกศรหักๆนั้นไปสู่บริเวณตีนเขา...เจอแม่น้ำสายเล็กๆ แม่น้ำ!!! เป็นไปได้ไงวะ ตอนกูขึ้้นมามีแต่ทางลูกรังแห้งๆ ทำไมถึงมีแม่น้ำได้วะ ณ ตรงจุดนั้น มีเสียงเพลงแว่วมาแต่ไกลๆ แสดงให้เห็นถึงอารยธรรมของมนุษย์ เหมือนว่าเราสองคนจะดีใจใช่ไหมครับ ปล่าวเลย มันเหมือนบทเพลงที่เย้ยหยันเราสองคนมากกว่า ประมาณว่า ทางออกอยู่ไม่ใกล้ ไม่ไกล แต่พวกมึงก็เดินมาไม่ถึง ก๊ากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
แจ๊ค : "ขวัญ เดินเลียบแม่น้ำไปดีปล่าวอะ"
ขวัญ : "อย่าเลยแจ๊ค เราเดินย้อนขึ้นไปถ้ำก่อนไหม เริ่มใหม่ที่ถ้ำดีกว่านะ"
เป็นความคิดที่ดี ดีกว่าคอมมอนเซ๊นผมเยอะเลย อะ เดินไปถ้ำต่อ
และแล้วก็ตัดสินใจว่า เดินกลับไปที่ถ้ำดีกว่า เผื่อจะง่ายขึ้น... ไม่จริง มันไม่ง่ายอย่างที่คิด ก็ในเมื่อมันเดินมั่วๆกันมา
แล้วจะเดินกลับไปถูกได้ยังไงกันวะ วิวทิวทัศน์ที่เห็นตอนขากลับ ไม่เคยผ่านตาคนทั่้งคู่มาเลยสักกะติ๊ดเดียว และแล้ว นี่หรือ สิ่งที่เรียกว่า "การหลงป่า" อย่างสมบูรณ์แบบ
ซีดครับ หน้าซีด ระหว่างที่เดินย้อนกลับไปในทางไหนก็ไม่รู้ รู้อย่างเดียวว่า ต้องเดินขึ้นไปเรื่อยๆ ทางที่เดินลงมาแม้จะยากลำบาก แต่ทางที่ย้อนกลับขึ้นไป กลับยากลำบากยิ่งกว่า เถาวง เถาวัลย์ งอกมาจากไหนก็ไม่รู้ เยอะแยะเต็มหมด คนนึงปวดขี้ คนนึงเลือดออก โอ้วพระเจ้า
ขวัญ : "ลองเอารูปที่ถ่ายตอนเข้าถ้ำมาดูไหม"
แจ๊ค : "ดีๆ ขวัญเปิดเลย"
กล้องคาอยู่ที่มือขวัญ เหตุและผลประมวลอยู่ในสมอง "ดูไปแล้วจะได้อะไร" ขวัญเก็บกล้องกลับเข้ากระเป๋า ไฟฉายที่เคยอยู่บนหัว ตอนนี้พาดอยู่ตรงจักกะแร้ที่อบอวลไปด้วยเหงื่อ ขี้ไคล และกลิ่นเหม็นๆ (สำหรับคนที่ไปรอบหลังแล้วได้ไฟฉายนี้ไป ก็เหม็นนิดนึงครับ เหม็นเต่าผมนี่แหละ)
เมื่อรูปภาพใช้ไม่ได้ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างเดียวที่มีในตอนนี้ "มือถือ" เป็น Iphone ซะด้วยนะนี่ เพิ่งถอยมาไม่นาน แต่มือถือท่ามกลางป่าเขา ก็เป็นแค่เพียง เครื่องเล่นเกมส์ ไม่เป็นไร เอามาเล่นเกมส์ก็ได้วะ จะบ้าเหรอ!!! ใครจะมามีอารมณ์เล่นเกมตอนนี้ แต่ถึงแม้จะไม่มีสัญญาณเลยแม้แต่นิดเดียว แต่ด้วยความที่จนหนทาง หมดทางจะไป กูกดแม่งหมดทุกเบอร์ 112 191 911 ......... ตู๊ด ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ.........เงียบ........
ไม่จริง Iphone ต้องมีประโยชน์กว่านี้ โอ้วใช่แล้ว รุ่นใหม่ มีเข็มทิศ กดมันขึ้นมา โปรแกรมเข็มทิศปรากฎสู่สายตาที่คลอไปด้วยน้ำตาน้อยๆ ของคนทั้งสอง ปลายเข็มทิศชี้ไปยังทิศเหนือ ทำหน้าที่ได้ดี อย่างไม่มีตกบกพร่อง
แล้วยังไงวะ!!!!!!
รู้ทิศเหนือไปทำซากอ้อยอะไรนี่ เออดีวุ้ย ว่าพระอาทิตย์ตกทางทิศไหน แต่แม่งเอ๊ย พระอาทิตย์กำลังจะตกดินแล้วมืดกว่านี้่ ได้ออกข่าวชัวร์ หัวข่าวคงประมาณว่า "นักศึกษาปริญญาโท หลงป่า อึราดกลางเขา" น่าเกลียดตายโหง รู้ถึงไหน อายถึงนั่น มีลูกคงไม่เอามรดกจากกูชัวร์
เพราะฉะนั้น สิ่งสุดท้ายที่ทำได้ หลังจากที่ร่ำเรียน ลูกเสือ รักษาดินแดน กพอ สลน สปช ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ไฟแนนซ์ การจัดการร่วมสมัย บัญชี มาร์เกตติ้ง......
สวัสดีคร้าบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ
แหกปากครับ ไม่ไหวแล้วครับ ใครก็ได้หวัดดีกูกลับที กูอยากทำความเคารพกับใครสักคน และในนาทีนั้นเอง เหมือนท่ามกลางความมืดมิด ก็มีเสียงรำไรขึ้นมา
ลุงให้เช่าไฟฉาย!!!!
เสียงลุงตะโกนกลับขึ้นมา กูรอดแล้ว เดินตามเสียงลุงไป และก็เจอลูกศรอันเดิม ไอ้ที่ลงไปเจอแม่น้ำนั่นแหละ แต่เสียงลุงก็ตะโกนบอกว่ามันลูกศรอีกอัน
หยุด ตั้งสมาธิ แสกนหาไปรอบๆ โอ้วววววว นั่นมันลูกศรอีกอัน ชี้ขึ้นไปข้างบน ทำไมไปข้างบนวะ ช่างแม่ง แต่มันเป็นลูกศรที่มนุษย์สรรสร้างขึ้นมา เยี่ยมมาก พอเดินขึ้นไปสักพัก ก็เข้าใจในบัดดลว่า มันต้องขึ้นเขาไปอีกนิด แล้วก็เดินย้อนลงมา
และเบื้องล่างนั่น รถ CAMMY กู ยิ่งกว่าราชรถใดๆมาจอดรับ พร้อมกับลุงที่มาของเสียงสวรรค์ รอดแล้ว เรารอดแล้ว ที่เบื้องล่างนั่น มีครอบครัวหนึ่งพร้อมเด็กเล็กๆสองคนกำลังจะขึื้นไปเช่นกัน ประมาณห้าคนได้ แต่เค้าดูถูกถ้ำนี้เกินไปซะแล้ว เอาไปแค่ไฟฉายอันเดียว เลยบอกเค้าไปว่า ถ้าพี่เอาไปแค่อันเดียว ตระกูลพี่ก็หมดวันนี้แหละ...ปล่าวครับ ไม่ได้บอกอย่างนั้น เดี๋ยวได้กิน ADDA เป็นอาหารเย็น ก็เลยบอกเค้าไปว่าอันตรายมาก อย่าขึ้นไปเลย มีเด็กเล็ก อันตราย ครอบครัวนั้นก็เลยไม่ได้ขึ้นไป (แต่ในใจ ก็อยากให้ขึ้นไปหลงบ้าง ฮา)
พอได้คุยกับลุง ลุงเค้าก็บอกว่าลุงเค้ารอจนคนหมดแหละ โอ้ว ผมรักลุงมาก
ขวัญก็ถามลุงว่าทำไมเค้าไม่เอาลูกศรมาติดมากว่านี้ ลุงก็บ่นว่าเคยขอไปหลายทีแล้วไม่เคยมีเจ้าหน้าที่มาติดให้สักที โอ้ว เจ้าหน้าที่พ่อตาย
แล้วลุงก็ยังบอกอีกว่า เด็กวัยรุ่นบางคน มันชอบไปพังลูกศร โอ้ว ไอ้เด็กเหี้ย อย่าให้กูเจอนะมึง
แต่ไม่เป็นไร ยังไงเราสองก็ผ่านมาได้ นับว่าเป็นประสบการณ์ที่ตื่นเต้น และระทึกใจดีทีเดียว และผมก็ได้ไปขี้สมใจตรงตีนเขานั่นแหละ แต่ไม่หลงละ ถ้าไปห้องน้ำยังหลงอีก ขี้มันตรงทางเดินนั่นแหละวะ
หลังจากที่ขับรถออกไป หวานใจแจ๊คก็ลงไปต่อว่าเจ้าหน้าที่อุทยาน โดยมีใจความประมาณนี้
ขวัญ "พี่คะ มันอันตรายมากเลย"
พี่อุทยาน "ครับ"
ขวัญ "ต้องเอาลูกศรมาติดอีก"
พี่อุทยาน "ครับ"
ขวัญ "ต้อง..."
พี่อุทยาน "ครับ"
มึงใส่กางเกงแน่นไปเหรอฟระ คับ คับ คับ อยู่ได้ วันไหนกูจะให้ญาติมึงมาหลงทางแบบกูบ้าง ไอ้ห่าน
และในที่สุด เราก็เดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย ขอบคุณที่อ่านนะครับ ค่อนข้างจะยาวชิบฉาย แต่ถ้าเม๊นกันเยอะๆ วันหลังมาเขียนให้อ่านสนุกๆกันอีกเน่อ
(หัวข้อสนทนาภายในรถ
แจ๊ค : "ใครจะเห็นเนอะว่า มีลูกศรอีกอันนึง"
ขวัญ : "ตามจริงเค้าก็เห็นแล้วแหละ"
แจ๊ค : "อ้าววว แล้วทำไมไม่บอกเราอะ"
ขวัญ : "ก็เค้าเห็นมันชี้ขึ้นไปข้างบนอะ ไม่น่าจะใช่ เค้าเลยไม่ได้บอกตัวเอง ฮี่ๆๆๆ"
แจ๊ค : "..." )
หากไปเที่ยวปาย เพื่อไป ดูร้านค้าสวยๆ กินเหล้า
หากไปเชียงใหม่ เพื่อไป กินเหล้า เดินไนท์บาซ่าร์
หากไปเดินพัทยา เพื่อไป เที่ยวผับ เดินไนท์บาซ่าร์
หากไปน้ำตก เพื่อไป เอาเหล้าขึ้นไปกิน เอาขยะไปทิ้ง
พึงระลึกไว้ คุณกำลัง ทำลายธรรมชาติ อย่างที่คุณคิดไม่ถึง
edit @ 16 May 2011 01:07:39 by apinun21

